Facebook Closed!.. จะกลับมาใช้เมื่อมีโครงการเขียนซอฟต์แวร์เชื่อมกับมัน
Hi5 Closed!... อันนี้คงไม่กลับมาใช้อีกแล้ว
Twitter Closed!... อันนี้ ก็คงไม่กลับมาใช้อีกแล้ว (ไม่ค่อยเห็นประโยชน์ ทำให้เสียสมาธิเวลางาน)
และกำลังจะทยอยปิดตัวอื่นๆ ที่ไม่คิดว่าจะได้ใช้งาน
วันศุกร์, มีนาคม 27, 2009
วันอังคาร, มีนาคม 24, 2009
เมื่อชีวิตมีประเด็น...
แอบเซ็งชีวิตตัวเองช่วงนี้ มันมีประเด็นนิดหน่อย จากความที่เราพลาดโดยไม่ได้ตั้งใจนิดเดียวทำให้ชีวิตหยุดชะงักลงได้ขนาดนี้ ไม่ได้เป็นไปตามที่คิดไว้
ลองมองย้อนกลับไปดูชีวิตตัวเองนี้หาความแน่นอนจากสิ่งรอบข้างไม่ได้ เหมือน requirement จาก user ที่นับวันจะแปลเปลี่ยน วันนี้เป็นอีกวันที่รู้สึกไม่ดีมากมายกับชีวิตตัวเอง จากความตั้งใจจะให้ตัวเองเรียนจบในเดือนนี้ แต่ก็ไม่ได้ดังที่คาดเอาไว้ สงสัยจะได้ถือว่าเรียนจบจริงๆ ก็คงสิ้นเดือนพฤษภาคมโน่น แต่ถึงตอนนั้นก็ไม่ได้ก้าวออกไปตามที่คิดไว้แล้วหละ มันไม่ทันแล้วสำหรับสิ่งที่ตัวเองอยากจะเดินทางไป ถามว่าแปลกไหมสำหรับชีิวิตผม ไม่แปลกหรอก แต่คนอื่นก็อาจจะมองดูไม่ดีเท่าไหร่ (ทำไมมันไม่รู้จักจบจักสิ้นซะที) เพราะอะไรเหรอ ที่ผ่านมาชีวิตผมมันก็ไม่เคยสมดุลย์อยู่แล้ว ถึงตอนนี้คงรู้แล้วว่า คงจะยังก้าวออกไปที่ไหนไม่ได้ ภาระหน้าที่รับผิดชอบก็หนักขึ้น ทั้งขึ้นทั้งร่อง ทั้งเรื่องชีวิตตัวเอง เรื่องงานในอนาคตหลังจากนี้ เรื่องครอบครัวที่ต้องรับผิดชอบแทนพ่อแม่ แต่ยังไงซะ ให้มันผ่านช่วงนี้ไปก่อนก็คงจะดดีขึ้นเองหละ จะเชื่อในตัวเองให่มากขึ้นอีกหลายๆ เท่าต่อจากนี้ (แต่ก็ไม่เคยเชื่อในคนอื่นน่ะ อย่าเข้าใจผิด)
ลองมองย้อนกลับไปดูชีวิตตัวเองนี้หาความแน่นอนจากสิ่งรอบข้างไม่ได้ เหมือน requirement จาก user ที่นับวันจะแปลเปลี่ยน วันนี้เป็นอีกวันที่รู้สึกไม่ดีมากมายกับชีวิตตัวเอง จากความตั้งใจจะให้ตัวเองเรียนจบในเดือนนี้ แต่ก็ไม่ได้ดังที่คาดเอาไว้ สงสัยจะได้ถือว่าเรียนจบจริงๆ ก็คงสิ้นเดือนพฤษภาคมโน่น แต่ถึงตอนนั้นก็ไม่ได้ก้าวออกไปตามที่คิดไว้แล้วหละ มันไม่ทันแล้วสำหรับสิ่งที่ตัวเองอยากจะเดินทางไป ถามว่าแปลกไหมสำหรับชีิวิตผม ไม่แปลกหรอก แต่คนอื่นก็อาจจะมองดูไม่ดีเท่าไหร่ (ทำไมมันไม่รู้จักจบจักสิ้นซะที) เพราะอะไรเหรอ ที่ผ่านมาชีวิตผมมันก็ไม่เคยสมดุลย์อยู่แล้ว ถึงตอนนี้คงรู้แล้วว่า คงจะยังก้าวออกไปที่ไหนไม่ได้ ภาระหน้าที่รับผิดชอบก็หนักขึ้น ทั้งขึ้นทั้งร่อง ทั้งเรื่องชีวิตตัวเอง เรื่องงานในอนาคตหลังจากนี้ เรื่องครอบครัวที่ต้องรับผิดชอบแทนพ่อแม่ แต่ยังไงซะ ให้มันผ่านช่วงนี้ไปก่อนก็คงจะดดีขึ้นเองหละ จะเชื่อในตัวเองให่มากขึ้นอีกหลายๆ เท่าต่อจากนี้ (แต่ก็ไม่เคยเชื่อในคนอื่นน่ะ อย่าเข้าใจผิด)
วันพุธ, มกราคม 7, 2009
เป้าหมาย สิ่งที่ต้องทำประจำในปี 2009 นี้
0. ไปให้ถึงที่ทำงานไม่เกิน 8.30 ทุกวันและทำงานให้เต็มประสิทธิ์ภาพ
1. นอนไม่เกินตี 3 และตื่น 7 โมงเช้าทุกวัน ยกเว้น วันเสาร์อาทิตย์ อันนี้ก็ีอีกเรื่อง
2. ออกกำลังกายหลังเลิกงาน (17.00) ทุกวัน 30 นาที (วิ่งแถวๆ นั้นแหละ) ยกเว้นงานยุ่งมาก อันนี้ก็อีกเรื่อง
3. ทนทวน ศึกษาคณิตศาสตร์ calculus, linear algebra โดยเฉพาะ discrete math ทุกวัน วันละ 1 - 2 ชั่วโมง ยกเว้นมีงานนอกทำในวันนั้นๆ ก็จะพักไป
4. ลดการเปิดดูเว็บพวก social network ที่ไม่ค่อยมีสาระ (อาทิ hi5) แชต MSN ลดการบริโภคข่าวสาร เปิดอ่าน feed นานๆ เปลี่ยนมาเปิดวันละ 20 นาทีตอนเช้า และ 10 นาทีตอนเย็นแทน
5. นั่งทดลองเขียนโปรแกรม ฝึกเรียนรู้ โปรแกรมกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จำเป็นต้องรู้หลังเลิกงานกลับถึงหอพัก
6. ฝึกทำสมาธิ (สมาธิจะได้ยาวขึ้น...เขาว่ากันอย่างนั้น) ไม่ใช้ชีวิตแบบไร้สาระ อาทิเล่นเกม DotA หลังเิลิกงาน
7. ทำโปรเจค open source พวก web portal กับ cms ใช้เอง
8. ทำบัญชีรายรับรายจ่ายของตัวเองทุกวัน เขียนโปรแกรมบัญชีส่วนตัวใช้เอง
9. ใช้โทรศัพท์โทรออกวันละไม่เกิน 10 นาที ยกเว้นเรื่องงาน
10. เรียนปริญญาตรีให้จบ และ หาทุนเรียนต่อทางด้าน software engineering กับหาทางไปใช้ชีวิต ไปเรียนภาษาที่อินเดีย ซัก 5-6 เดือน ท่าทางสนุก (บ้านจน จ่ายเองคงไม่ไหว)
11. คิดหาช่องทางทำ products และเก็บรวบรวมความรู้เทคนิค เทคโนโลยี ที่จำเป็นต่อการทำ software house
12. ทำ web apps ด้าน social network อันนี้คิดไว้แล้วแต่ไม่บอกตอนนี้
13. เก็บเงินให้ได้ 20% ของเงินเดือน เป็นประจำทุกๆ เดือน
14. หาเงินซื้อ Notebook ใหม่ + LCD 22 นิ้ว + HDD ซัก 500GiB เอาไว้สำรอง เก็บข้อมูล
1. นอนไม่เกินตี 3 และตื่น 7 โมงเช้าทุกวัน ยกเว้น วันเสาร์อาทิตย์ อันนี้ก็ีอีกเรื่อง
2. ออกกำลังกายหลังเลิกงาน (17.00) ทุกวัน 30 นาที (วิ่งแถวๆ นั้นแหละ) ยกเว้นงานยุ่งมาก อันนี้ก็อีกเรื่อง
3. ทนทวน ศึกษาคณิตศาสตร์ calculus, linear algebra โดยเฉพาะ discrete math ทุกวัน วันละ 1 - 2 ชั่วโมง ยกเว้นมีงานนอกทำในวันนั้นๆ ก็จะพักไป
4. ลดการเปิดดูเว็บพวก social network ที่ไม่ค่อยมีสาระ (อาทิ hi5) แชต MSN ลดการบริโภคข่าวสาร เปิดอ่าน feed นานๆ เปลี่ยนมาเปิดวันละ 20 นาทีตอนเช้า และ 10 นาทีตอนเย็นแทน
5. นั่งทดลองเขียนโปรแกรม ฝึกเรียนรู้ โปรแกรมกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จำเป็นต้องรู้หลังเลิกงานกลับถึงหอพัก
6. ฝึกทำสมาธิ (สมาธิจะได้ยาวขึ้น...เขาว่ากันอย่างนั้น) ไม่ใช้ชีวิตแบบไร้สาระ อาทิเล่นเกม DotA หลังเิลิกงาน
7. ทำโปรเจค open source พวก web portal กับ cms ใช้เอง
8. ทำบัญชีรายรับรายจ่ายของตัวเองทุกวัน เขียนโปรแกรมบัญชีส่วนตัวใช้เอง
9. ใช้โทรศัพท์โทรออกวันละไม่เกิน 10 นาที ยกเว้นเรื่องงาน
10. เรียนปริญญาตรีให้จบ และ หาทุนเรียนต่อทางด้าน software engineering กับหาทางไปใช้ชีวิต ไปเรียนภาษาที่อินเดีย ซัก 5-6 เดือน ท่าทางสนุก (บ้านจน จ่ายเองคงไม่ไหว)
11. คิดหาช่องทางทำ products และเก็บรวบรวมความรู้เทคนิค เทคโนโลยี ที่จำเป็นต่อการทำ software house
12. ทำ web apps ด้าน social network อันนี้คิดไว้แล้วแต่ไม่บอกตอนนี้
13. เก็บเงินให้ได้ 20% ของเงินเดือน เป็นประจำทุกๆ เดือน
14. หาเงินซื้อ Notebook ใหม่ + LCD 22 นิ้ว + HDD ซัก 500GiB เอาไว้สำรอง เก็บข้อมูล
วันอังคาร, พฤศจิกายน 25, 2008
อนาธิปไตย
ระบบประชาธิปไตยนั้น เราหมายถึงประชาธิปไตย อันมีระเบียบตามกฎหมายและศีลธรรมและความซื่อสัตย์สุจริต ไม่ใช่ประชาธิปไตยอันไม่มีระเบียบ หรือประชาธิปไตยที่ไร้ศีลธรรม เช่น การใช้สิทธิเสรีภาพอันมีแต่จะให้เกิดความปั่นป่วน ความไม่สงบเรียบร้อยความเสื่อมศีลธรรม ระบอบชนิดนี้เรียกว่าอนาธิปไตย หาใช่ประชาธิปไตยไม่
ข้าพเจ้าไม่พึงประสงค์ที่จะให้มีระบอบเผด็จ การในประเทศไทย ในการนี้ ก็จำเป็นต้องป้องกันหรือขัดขวางมิให้มีอนาธิปไตย อันเป็นทางที่ระบอบเผด็จการจะอ้างได้.. ผู้ซึ่งแสดงว่าซื่อสัตย์ต่อองค์พระมหากษัตริย์ในภายนอก ส่วนภายในหวังผลส่วนตน หรือมูลสืบเนื่องมาแต่ความไม่พอใจเป็นส่วนตัว ก็เกรงว่าผู้นั้นก็อาจหันเหไปได้ สุดแต่ว่าตนจะได้รับประโยชน์ส่วนตนอย่างไรมากกว่า
ปรีดี พนมยงค์ กล่าวปราศรัยในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ 7 พฤษภาคม 2489
ข้าพเจ้าไม่พึงประสงค์ที่จะให้มีระบอบเผด็จ การในประเทศไทย ในการนี้ ก็จำเป็นต้องป้องกันหรือขัดขวางมิให้มีอนาธิปไตย อันเป็นทางที่ระบอบเผด็จการจะอ้างได้.. ผู้ซึ่งแสดงว่าซื่อสัตย์ต่อองค์พระมหากษัตริย์ในภายนอก ส่วนภายในหวังผลส่วนตน หรือมูลสืบเนื่องมาแต่ความไม่พอใจเป็นส่วนตัว ก็เกรงว่าผู้นั้นก็อาจหันเหไปได้ สุดแต่ว่าตนจะได้รับประโยชน์ส่วนตนอย่างไรมากกว่า
ปรีดี พนมยงค์ กล่าวปราศรัยในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ 7 พฤษภาคม 2489
วันศุกร์, สิงหาคม 29, 2008
บทเรียนจากการดูบอล
ชาวบ้าน: หลวงพี่เมื่อวานไปเชียร์บอล มันส์มาก มีเรื่องสะใจเกิดขึ้นด้วย
พระ: เกิดอะไรขึ้นหรือ
ชาวบ้าน:อีกฝั่งมันโกงทำให้ทีมฝั่งผมแพ้กรรมการก็มองไม่เห็นอีก พวกเราตัดสินแทนกรรมการ ลงไปลุยทีมฝั่งตรงข้ามซะกระเจิงเลย ต่อไปพวกนั้นคงเข็ดไม่กล้าโกงอีก
พระ: ถ้าฝั่งโน้นโกงแล้วทำไมกรรมการไม่เป่าล่ะ
ชาวบ้าน: ก็…กรรมการไม่เห็นนี่ พวกเราเห็น
พระ: แล้วกองเชียร์อีกฝ่ายว่ายังไง
ชาวบ้าน: เค้าก็เข้าข้างทีมตัวเอง บอกว่าไม่ได้ผิด…โกงชัดๆเลยฝั่งโน้นทั้งคนเล่น คนเชียร์
พระ: ถ้าทีมเราทำแบบนี้บ้าง เราจะยอมรับว่าเราโกงไหม
ชาวบ้าน: โกงเกิงอะไร บางทีมันก็ตามน้ำ ทีมผมเทพไม่ทำอะไรผิดหรอก ทีมนั้นแหล่ะ ผิดเห็นๆ
พระ: โยมคิดว่า ผิด ถูก ขึ้นอยู่กับมุมองของเรา เขา และคนกลางหรือเปล่า
ชาวบ้าน: อืม
พระ: คนเรามักมองในสิ่งที่อยากจะมอง รับรู้ในสิ่งที่อยากรับรู้ หาแนวร่วมจนควบคุมไม่ได้ พวกมากลากไป จนไปทำร้ายผู้อื่น เดือดร้อนทั้งคนถูกทำ และคนทำเองก็ผิดไปด้วย
ชาวบ้าน: หลวงพี่พูดเหมือนว่าพวกผมนี่นา แล้วจะให้ทำยังไงล่ะ
พระ: ถ้าไม่ปล่อยวางตามหลักคำสอน ก็คงต้องแนะนำให้เดินทางสายกลาง ทำตามกติกาที่มี ถ้ากติกาปัจจุบันไม่ดีพอ ก็ต้องปรับเปลี่ยน อย่างถ้ากรรมการไม่เห็น ก็ควรเสนอเปลี่ยนกฏให้มีกรรมการหลายๆคนช่วยกันดู ไม่ก็ใช้ทีวีดูภาพย้อนหลัง ว่าใครผิดใครถูก ว่ากันตามจริง
ชาวบ้าน: โห แบบนี้รอเป็นชาติ พวกผมคนจริง ไม่รอหรอก เสียเวลา
พระ: แล้วถ้าสักวันหนึ่ง อีกฝ่ายกล่าวหาว่าทีมเราโกงแล้วเข้ามาทำร้ายล่ะ จะไม่แตกต่างกับที่โยมทำหรือ ถ้าผิดเราก็ยอมรับผิดได้ แต่ถ้าไม่ผิดแล้วถูกกล่าวหา โดนตัดสินด้วยกฎหมู่ มันคงไม่มีวันจบ
การเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ไม่ใช่กระบวนการทำวันเดียวเสร็จ กว่าโลกจะมาเป็นแบบปัจจุบันได้ก็ผ่านการวิวัฒนาการมาเป็นล้านๆปี การเปลี่ยนแปลงแบบนี้ต้องใช้เวลา และความเห็นคนส่วนใหญ่อาจไม่ได้ดั่งใจ ก็ต้องค่อยๆปรับตามกฏที่มีอยู่ อย่าลืมว่าเราฝีนกฎตอนนี้แม้จะได้ผล แต่ถ้าอีกกลุ่มฝืนกฏในอนาคตบ้างล่ะ สังคมไร้กฏ คงยากที่จะอยู่ร่วมกันได้นะ
ชาวบ้าน: แบบนี้พวกที่อาศัยช่องว่างจุดบอดของกติกา ก็โกงไปได้เรื่อยๆนะสิ
พระ: ก็ต้องสอดส่ายช่วยกันดู แล้วสร้างกฏกติกาปิดช่องว่างนั้นเสีย ทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีให้รุ่นลูกรุ่นหลานใช้เป็นเยี่ยงอย่างไม่ดีกว่าหรือ
คัดลอกจาก : http://weerasak.com/?p=1392
พระ: เกิดอะไรขึ้นหรือ
ชาวบ้าน:อีกฝั่งมันโกงทำให้ทีมฝั่งผมแพ้กรรมการก็มองไม่เห็นอีก พวกเราตัดสินแทนกรรมการ ลงไปลุยทีมฝั่งตรงข้ามซะกระเจิงเลย ต่อไปพวกนั้นคงเข็ดไม่กล้าโกงอีก
พระ: ถ้าฝั่งโน้นโกงแล้วทำไมกรรมการไม่เป่าล่ะ
ชาวบ้าน: ก็…กรรมการไม่เห็นนี่ พวกเราเห็น
พระ: แล้วกองเชียร์อีกฝ่ายว่ายังไง
ชาวบ้าน: เค้าก็เข้าข้างทีมตัวเอง บอกว่าไม่ได้ผิด…โกงชัดๆเลยฝั่งโน้นทั้งคนเล่น คนเชียร์
พระ: ถ้าทีมเราทำแบบนี้บ้าง เราจะยอมรับว่าเราโกงไหม
ชาวบ้าน: โกงเกิงอะไร บางทีมันก็ตามน้ำ ทีมผมเทพไม่ทำอะไรผิดหรอก ทีมนั้นแหล่ะ ผิดเห็นๆ
พระ: โยมคิดว่า ผิด ถูก ขึ้นอยู่กับมุมองของเรา เขา และคนกลางหรือเปล่า
ชาวบ้าน: อืม
พระ: คนเรามักมองในสิ่งที่อยากจะมอง รับรู้ในสิ่งที่อยากรับรู้ หาแนวร่วมจนควบคุมไม่ได้ พวกมากลากไป จนไปทำร้ายผู้อื่น เดือดร้อนทั้งคนถูกทำ และคนทำเองก็ผิดไปด้วย
ชาวบ้าน: หลวงพี่พูดเหมือนว่าพวกผมนี่นา แล้วจะให้ทำยังไงล่ะ
พระ: ถ้าไม่ปล่อยวางตามหลักคำสอน ก็คงต้องแนะนำให้เดินทางสายกลาง ทำตามกติกาที่มี ถ้ากติกาปัจจุบันไม่ดีพอ ก็ต้องปรับเปลี่ยน อย่างถ้ากรรมการไม่เห็น ก็ควรเสนอเปลี่ยนกฏให้มีกรรมการหลายๆคนช่วยกันดู ไม่ก็ใช้ทีวีดูภาพย้อนหลัง ว่าใครผิดใครถูก ว่ากันตามจริง
ชาวบ้าน: โห แบบนี้รอเป็นชาติ พวกผมคนจริง ไม่รอหรอก เสียเวลา
พระ: แล้วถ้าสักวันหนึ่ง อีกฝ่ายกล่าวหาว่าทีมเราโกงแล้วเข้ามาทำร้ายล่ะ จะไม่แตกต่างกับที่โยมทำหรือ ถ้าผิดเราก็ยอมรับผิดได้ แต่ถ้าไม่ผิดแล้วถูกกล่าวหา โดนตัดสินด้วยกฎหมู่ มันคงไม่มีวันจบ
การเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ไม่ใช่กระบวนการทำวันเดียวเสร็จ กว่าโลกจะมาเป็นแบบปัจจุบันได้ก็ผ่านการวิวัฒนาการมาเป็นล้านๆปี การเปลี่ยนแปลงแบบนี้ต้องใช้เวลา และความเห็นคนส่วนใหญ่อาจไม่ได้ดั่งใจ ก็ต้องค่อยๆปรับตามกฏที่มีอยู่ อย่าลืมว่าเราฝีนกฎตอนนี้แม้จะได้ผล แต่ถ้าอีกกลุ่มฝืนกฏในอนาคตบ้างล่ะ สังคมไร้กฏ คงยากที่จะอยู่ร่วมกันได้นะ
ชาวบ้าน: แบบนี้พวกที่อาศัยช่องว่างจุดบอดของกติกา ก็โกงไปได้เรื่อยๆนะสิ
พระ: ก็ต้องสอดส่ายช่วยกันดู แล้วสร้างกฏกติกาปิดช่องว่างนั้นเสีย ทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีให้รุ่นลูกรุ่นหลานใช้เป็นเยี่ยงอย่างไม่ดีกว่าหรือ
คัดลอกจาก : http://weerasak.com/?p=1392
วันอาทิตย์, กรกฎาคม 20, 2008
เปลี่ยนจาก Google Reader ไปเป็น Netvibes เต็มอัตราแล้ว
พยายามจะใช้มานานแล้วแต่คิดว่า ไม่เหมาะกับเราแน่ๆ เจ้า iGoogle กับ Google Reader เนี่ย หันมาใช้ Netvibes เต็มๆ เลยดีกว่า อีกอย่าง Feed ข่าวที่เราทำการ ดึงมาอ่านไว้ ของเดิมที่ Netvibes นั้นมันเยอะมาตั้งแต่ไหนแล้ว (เพราะใช้ Netvibes ก่อน Google Reader) อีกอย่างตัว app เสริมของ Netvibes ที่ทีมพัฒนา Netvibes กับนักพัฒนาทั่วไป นั้นมีเยอะเพียงพอต่อความต้องการของเราแล้วหละ แต่ไมดีตรงล่มบ่อยไปหน่อย ทนเอา คงไม่กลับไปใ้ช้ iGoogle กับ Google Reader ใช้ Netvibes ตัวเดียวอยู่!!
วันอังคาร, มิถุนายน 17, 2008
ข้อมูลหาย!!!
มันน่าเจ็บใจที่สุดเลย ข้อมูลใน Hard Drive หายไปอีกแล้ว ไม่รู้มันเป็นอะไรนักหนา โชคดีที่ไม่หายไปทั้งลูก คราวหลังจะไม่ไว้ใจซอฟต์แวร์จัดการ Partition Disk ยี่ห้อโนเนมเวอร์ชั่น Demo อีกแล้ว (หลวมตัวไปไว้ใจได้ไงเนี่ย!!) เหตุเพราะอยากจะลบ Partition ที่ลง Ubuntu Linux ออกให้หมด เพราะเรามีงานเข้ามาให้ทำแล้ว เครื่องเราต้องลง WebSphere Community Edition ในเครื่อง ในการทำ Project นี้ เรื่องของเรื่องคือ อยากจะทำให้มีพื้นที่ใน Drive C ของ Windows มากขึ้นมาอีก 10Gb เพื่อที่จะได้มีพื้นที่ลงซอฟต์แวร์เพิ่ม แต่พอไปลบ Drive ของ Ubuntu ที่ Format ให้ว่างแล้ว ได้เจ้าโปรแกรมจัดการ Partition ตัวดีดันไปทะลึ่งลบ Drive D ของเราออกไปด้วย ก็ไม่รู้ว่ามันมีความสัมพันธ์อะไรกัน ทำไมมันออกไปทั้งคู่ แต่ที่แน่ๆ เป็นที่โปรแกรมจัดการ Partition นั่นแน่ๆ เพราะใช้ตัวอื่นมาทั้งชีวิตก็ไม่เคยมีปัญหา ตอนนี้ก็กำลังกู้ข้อมูลอยู่ ไม่รู้ว่าจะเป็นตายร้ายดียังไง ถ้ามันไม่ได้จริงๆ ก็คงต้องปล่อยมันไปแหละ แต่ Document ที่สำคัญๆ ในนั้นซิ น่าหนักใจ ยังไงข้อมูลมันก็ของนอกกายแหละ ไม่ตายซะอย่างหาเอาใหม่ก็ได้
วันเสาร์, มิถุนายน 14, 2008
ตัดปัญหา NHibernate
จากปัญหาคราวที่แล้ว ตัดสินใจแล้ว ตัดปัญหาการใช้ NHibernate สำหรับทำ Project ให้พี่โจโร่ ซะ เปลี่ยนมาใช้ MS SQL Server Express ดีกว่า ไหนๆ จะเข้ากันแล้ว ก็ให้มันเข้ากันไปเลยใ้ห้สิ้นเรื่อง แต่คงไม่ใช้ NHibernate ตรงๆ เราจะใช้ Castle ActiveRecord มาใช้ให้มันง่ายกว่าเดิมดีกว่า ไม่งั้นแล้วงานไม่เสร็จแน่่ๆ ถึงจะงานเล็กๆ แต่ก็อยากทำให้มันแล้วเสร็จเร็วๆ ดีกว่า ชีวิตจะได้สบายขึ้น
วันนี้เอามา Note ไว้เพื่อความเข้าใจของตัวเอง เดี๋ยววันหลังจะมาอธิบายเรื่องของ ActiveRecord อีกทีแล้วกัน ไปหละ วาบบบบ
วันนี้เอามา Note ไว้เพื่อความเข้าใจของตัวเอง เดี๋ยววันหลังจะมาอธิบายเรื่องของ ActiveRecord อีกทีแล้วกัน ไปหละ วาบบบบ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
